โปรแกรมบัญชีเกณพ์คงค้าง รพ.สต. สสจ.สุรินทร์ รายงานผู้บริหารด้านการเงิน รพ.สต.

รู้จักกับ web 3.0 คืออะไร


DateTime : 2011-05-29 12:57:58
Post By : chinaga
IP Address : 113.53.239.82

ในโลกตอนนี้ Web 2.0 ยังไม่ทันเป็นรูปเป็นร่าง ก็เริ่มมีการพูดถึง Web 3.0 กันซะแล้ว (อย่าว่าแต่ 3.0 เลยค่ะ 4.0,5.0,6.0 ก็มีพูดกันบ้างแล้ว)
ในประเทศไทยเอง เพิ่งจะเริ่มบูมกันในเรื่องของ Web 2.0 จนทำให้เกิดเหตุการณ์อะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำออกมาแล้วตามด้วยเลข 2.0 มาคราวนี้คงเกริ่นถึง Web 3.0 บ้าง ว่ามันเป็นรูปแบบใด เผื่อใครจะอยากโดดข้าม 2.0 ไปทำ 3.0
มีคนเปรียบเทียบไว้ว่า Web 1.0 ผู้เข้าชมสามารถอ่านได้อย่างเดียว (read-only) แต่พอมาเป็น web 2.0 ผู้เข้าชมสามารถอ่านและเขียนได้ด้วย (read-write)

Web 3.0 คืออะไร ต่างจาก Web 2.0 ยังไงบ้าง

Web แบ่งเป็นยุดได้ดังนี้
       1. Web 1.0 คือยุดการนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียวหรือทางเดียว หรือ Static Web

       2. Web 2.0 คือยุดที่มีการสื่อสามารทั้งสองทิศทาง ทั้งจากผู้นำเสนอ และบุคคลทั่วไป ที่สนใจ หรือ Dynamic Web ซึ่งทำให้ผู้อ่านหรือผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้
สามารถที่จะสร้างเนื้อหาหรือ content ชนิดต่างๆ ได้ ทำให้ข้อมูลต่างๆ มีมากขึ้น มีการแบ่งปันความรู้กันมากขึ้น โดย technology ที่เห็นได้ชัดคือ TAG ซึ่งผู้สร้าง content
สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง และสามารถค้นหาได้ แต่ลองจิตนาการดูว่า ยิ่งข้อมูลมากขึ้น tag ก็ถูกสร้างมากขึ้น โดย tag ที่ถูกสร้างมานั้นก็ไม่เป็นมาตรฐานแล้วแต่จะตั้งกันไป
ทำให้เป้าหมายของการใช้ Tag ผิดไป นี่คือแค่ 1 ในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

       3. Web 3.0 คือ Semantic Web นั่นเอง มันก็คือเทคโนโลยีหรือแนวความคิดที่จะ เชื่อมโยงข้อมูลใน web ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันทั้งภายใน web หรือภายในเครือข่ายของโลก ซึ่งมองไปแล้วมันก็คือ Database ของ โลกเลย แต่ก็เป็นแนวคิดที่จะทำให้หาข้อมูล ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็จะมี format ข้อมูลในการติดต่อสื่อสารกัน แต่ก็ based-on XML เช่นพวก RDF ( Resource Definition Framework ) , OWL ( Ontology Web Language )

      มาดูว่า Web 3.0 กันมีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง
       1. เขาบอกว่าเป็นยุด " Data about Data " คือการใช้ข้อมูลอธิบายหรือบอกรายละเอียดของข้อมูล หรือ METADATA นั่นเอง แล้วมันบอกหรืออฺบายยังไงล่ะ ???
อ่านคำอธิบายเพิ่มที่นี่ค่ะ http://www.idayblog.com/archives/201

      2. มีการนำระบบ AI ( Artificial Intelligence ) มาใช้
ถ้าพูดถึงปัญหาในการใช้ Tag แล้ว จะมีวิธีการใดบ้างมาแก้ไข โดยทาง Web 3.0 นั้นเขาบอกไว้ว่า ให้ AI มาช่วยในการสร้าง tag เพิ่มเติมจากที่ให้เจ้าของ content สร้าง
tag เอง ซึ่งลักษณะเหมือนกับตัว spider ของ Search engine ยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งจะทำให้สามารถค้นหาข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่ต้องการได้มากยิ่งขึ้น

      3. Semantic Web + SOA
ตรงนี้พูดถึงการ Share Data, Service ต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่แน่ว่าเรื่องการละเมิดสิขสิทธิ์จะมีเยอะขึ้นหรือเปล่า แต่แนวคิดตรงนี้เป็นแนวคิดที่มีการนำมาใช้งานในลักษณะของ
partner กันแล้ว เนื่องจากยังพอไว้ใจกันได้ แต่เรื่องของ public นี่ยังต้องคิดต่อยอดกันอีกเยอะคะ

      4. Web 3D
ตรงนี้น่าตื่นเต้นน่าดู แต่การนำเสนอทำอย่างไรถึงจะไม่น่าเบื่อ? รวมทั้ง technology ที่นำมาใช้ แล้ว Bandwidth ล่ะ น่าสนใจนะคะ

      5. Scalable vector graphics (SVG) ตัวนี้น่าสนใจมากๆ เพราะว่าอะไร? ลองคิดดูนะคะในปัจจุบันผมจะสร้างรูปเพื่อเอาขึ้นบน web
มันมีหลากหลายชนิดเหลือเกินทั้ง JPEG GIF PNG เป็นต้น ถ้าผมต้องการหารูปใน web นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หรือหาจาก TAG ??
แต่ถ้าผมอยากหารูปจากข้อมูลของภาพเช่น สี รูปคน รูปดอกไม้ เราต้องมาทำระบบ image processing กันเลยใช่หรือเปล่า ปัจจุบันก็มี search engine
แบบนี้เหมือนกัน แต่ถ้ามีมาตรฐานในการสร้างรูปบน web ล่ะ มันจะง่ายต่อการค้นหาหรือเปล่า? ซึ่ง SVG ก็เป็นเทคโนโลยีของการสร้างรูป based-on XML น่าสนใจดีไหม

6. Semantic Wiki
นึกภาพของเว็บ wikipedia นะครับ เวลาเราอ่านข้อมูลใดๆ แล้วเจอ keyword ในหน้านั้น แทนที่เราจะเอา leyword ตัวนั้นไปค้นหา มันก็จะแสดงข้อมูลให้เราโดยที่ข้อมูลนั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังอ ่านอยู่

7. Metadata (data about data)
แปลงตรงตัว ก็คือ การอธิบายข้อมูลด้วยข้อมูล โดยมันจะทำการคำนวนว่าข้อมูลที่เราใช้งานอยู่มีข้อมูลใดสัมพันธ์กันบ้างที่ส ามารถอธิบายข้อมูลตัวมันเองได้ เช่น เราดูข้อมูลของ Tosdn มันก็จะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันคือ php, asp, perl หรือแม้แต่ชื่อผมเอง

รู้จัก web 3.0 กันไปแล้ว แต่ยังมีเว็บ 4.0 5.0 ... 10.0.. เลยอดที่จะนำมากล่าวกันไม่ได้

web 4.0 คือ ยังเป็นแนวคิดอยู่
เป็น learning web เว็บที่เรียนรู้เองได้ หมายความว่า แต่ก่อนเวลาสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร ต้องโปรแกรมเมอร์เข้าไป แต่ 4.0 ดูความต้องการของผู้ใช้แล้วปรับโปรแกรมให้เข้ากับความต้องการของมนุษย์

web 10.0 คือ แนวคิดอีกไกลพ้น สามารถรับรู้ความต้องการของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ และผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่หน้าจอ แต่มีอุปกรณ์เสริมต่างๆเพิ่มเติมเข้ามา
เมื่อลองสมมติดูว่าเว็บฉลาดไปได้ แค่ไหน เมื่อเว็บฉลาดมากขึ้นก็ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลเป็นไปได้มากขึ้น ดังเช่นว่า แค่คิด ก็สามารถดาวน์โหลดความคิดตัวเองไปปรากฎยัง social network ต่างๆได้แล้ว
ตัวอย่างเช่น amazon.com รู้ว่าเราอ่านเล่มไหนแล้วเราชอบ รุ้ว่าที่บ้านเรามีหนังสือกี่เล่ม มันจึงสามารถ recommend หนังสือที่เราอาจสนใจได้

รู้พัฒนาการของเว็บกันไปแล้ว เลยอดนึกถึงโลกของ Web 3.0 ในอนาคตแล้ว จะว่าสะดวกก็สะดวก จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัว แค่ Web 2.0 ที่ว่าเป็น Social Network เวลาเป็นสมาชิกเว็บไหนแล้ว คนแทบจะทั้งเว็บ รู้เห็นเรื่องของเราหมดเลย ฮ่าๆ


Message !!

หากต้องการตอบกระทู้ Webboard กรุณาเข้าใช้ระบบก่อนนะค่ะ..


กระทู้ตอบกลับ