โปรแกรมบัญชีเกณพ์คงค้าง รพ.สต. สสจ.สุรินทร์ รายงานผู้บริหารด้านการเงิน รพ.สต.

อยากได้ Tablet!! มาดูวิธีเลือกซื้อกันก่อนดีกว่า


DateTime : 2011-08-21 20:08:51
Post By : chinaga
IP Address : 113.53.239.82

อยากได้ Tablet!! มาดูวิธีเลือกซื้อกันก่อนดีกว่า

ตอนนี้เทรนด์ Tablet กำลังมาแรง หลายๆ คนก็คงจะอยากได้ Tablet มาใช้กันซักตัว แต่ปัญหาคือ ไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกซื้อยังไงบ้างใช่มั้ยล่ะ?? วิธีการเลือกมันก็มีไม่กี่ขั้นตอนหรอกครับ เพียงแต่เราควรจะดูให้เป็นว่า Tablet แต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และเหมาะกับเราด้วยมั้ย ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่า ว่าหากเราจะเลือกซื้อ Tablet ตัวใหม่กัน เราควรจะดูอะไรบ้าง

หลังจากงาน CES 2011 และงาน MWC 2011 ผ่านพ้นไป จนถึงตอนนี้ เราก็คงได้เห็น Tablet ตัวเจ๋งๆ ที่ทยอยออกมาโชว์ตัวกันไปแล้ว ทั้ง Apple iPad 2, HP TouchPad, Motorola Xoom, RIM Playbook, LG G-Slate, HTC Flyer, MSI WindPad ฯลฯ ดูแล้วเยอะแยะไปหมดจริงๆ ปวดหัวกันใช่มั้ยล่ะ ผมก็ปวดหัว (-*-) แต่ทำไงได้ล่ะ พวกเรามันหน้าตาดีกันใช่มั้ยล่ะ แบบว่าสวย/หล่อเลือกได้ แต่เลือกที่ใช่ซักตัวนี่มันทำไมมันยากเย็นจริงนะ ไม่ต้องไปคิดอะไรมากกันหรอก แล้วมาดูหลักการเลือกซื้อง่ายๆ จาก ThaiDroidUpdate กันดีกว่า

1. สำนึกก่อนว่าเราจะซื้อ Tablet ไปเพื่ออะไร


Tablet มันก็มีวิธีการใช้ของมัน แต่ละตัวก็มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าเราจะใช้ความสามารถของมันได้คุ้มมั้ย และความแตกต่างด้านความสามารถก็มีผลต่อราคาด้วยเช่นกัน บางครั้งเราอาจจะเห็น Tablet ราคาถูก แต่กลายเป็นว่า Tablet ราคาถูกนั้นกลับมี Specs ที่ราคาถูกตามไปด้วย เรื่อง Specs นี่เป็นอะไรที่ลึกซึ้งที่สุดแล้วล่ะครับ ซับซ้อนวุ่นวายมีอะไรให้ต้องคิดตลอด ทั้งความเร็วของ CPU, หน่วยความจำ, คุณภาพของจอ และความเร็วในการตอบสนอง หากเราซื้อ Tablet ที่ CPU ต่ำกว่า 1 GHz มา เราอาจจะรู้สึกว่ามันอืดเกินไป ใช้งานแล้วหงุดหงิดเสียความรู้สึกเปล่าๆ ก็ได้ หรือหากดันเผลอไปซื้อ Tablet ที่เป็นจอแบบ Resistive Touchscreen เข้าล่ะก็ การตอบสนองกับนิ้วของเราก็จะช้าสุดๆ ไปอีกด้วย ตอนซื้อก็ดูก่อนล่ะว่าจอจะต้องเป็นแบบ Capacitive Touchscreen เท่านั้นถึงจะดีที่สุด

แต่ปัญหาพวกนี้ใน Tablet ที่ออกมาใหม่ในช่วงหลังๆ ไม่ค่อยมีหรอกครับ ส่วนใหญ่ Tablet ตัวใหม่ๆ ที่ออกมา เร็วๆ แรงๆ กันทั้งนั้น และ Specs ส่วนใหญ่จะดูคล้ายกันไปหมด ต่างกันที่การออกแบบ และความสามารถของมันเท่านั้น ใครที่กะจะซื้อ Tablet มาเพื่อใช้ทำงานเอกสาร ก็เลิกหวังเถอะครับ แล้วเอาเงินไปซื้อ Notebook ซักตัวดีกว่า เพราะว่า Tablet นั้นถึงจะมี Apps จัดการเอกสาร แต่มันก็ดูไม่ Work เอาซะเลย ไปทำใน Notebook เร็วกว่าเยอะ

สุดท้ายก็สำนึกไว้นะครับว่า Tablet หลักๆ มันเอาไว้ เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกม อ่านหนังสือ ดูหนังฟังเพลงก็เท่านั้น ส่วน Apps อื่นๆ ที่มีมาให้ก็ถือว่าเป็นความสามารถเสริมที่มีคนทำมาให้ใช้งานกันเท่านั้น จึงควรจะศึกษาให้ดีๆ ก่อนว่าถ้าซื้อมาแล้วจะใช้งานได้คุ้มค่าหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมาใช้จริงๆ ไม่งั้นคงจะได้เอาไปจอดทิ้งไว้กับบ้านเฉยๆ เหมือนกับใครบางคนแน่ๆ

2. ศึกษาแผนการ Update ของตัว Tablet ไว้ด้วย


หากว่าเราดันไปซื้อ Tablet ตัวเก่าๆ ที่เค้าประกาศจะไม่มีการ Update สินค้าแล้วล่ะก็ มันคงจะเป็นอะไรที่ซีเรียสสุดๆ แน่ๆ เลย นอกจากเราจะไม่มีโอกาสได้ Update ความสามารถใหม่ๆ แล้ว พวกช่องโหว่ของตัวอุปกรณ์ก็จะไม่มีใครมาอุดให้อีกแล้วด้วย เพราะฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจที่จะซื้อ Tablet ตัวไหน ก็อย่าเพิ่งใจร้อนเห็นลดราคาก็ไปคว้ามาเลยซะล่ะ หากว่ามันเป็นสินค้าค้างสต็อคที่เค้าประกาศหยุดพัฒนาแล้ว มันก็จะมีแต่ผลเสียเอานะ ขั้นแรกเลย ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อ Tablet เราจึงควรจะหาข้อมูลก่อนว่าสินค้าตัวนั้นผลิตออกมาครั้งแรกเมื่อไหร่ และมีแผนพัฒนาไปถึงเมื่อไหร่ ซึ่งข้อมูลพวกนี้ส่วนใหญ่คนขายจะไม่ค่อยรู้หรอกครับ เราคงต้องไปไล่หาข้อมูลจากทางข่าวสารต่างๆ หรือจากทางค่ายผู้ผลิตกันเอาเอง

ส่วนใหญ่ทุก Product จะมีระยะเวลาชีวิตของมัน เมื่อครบปีหนึ่งผู้ผลิตก็จะทำสินค้าใหม่ออกมาทดแทนตัวเดิม จะพูดไป นี่ก็เป็นจุดสังเกตอีกจุดหนึ่งที่เป็นของแตกต่างระหว่าง Android กับ iOS ครับ ตอนที่มีการเปลี่ยน Product ใหม่หลังจากครบ Lifetime สังเกตดูได้ว่า iOS ใน Product รุ่นเก่าจะยังสามารถ Update Version ตามของรุ่นใหม่ๆ ได้ด้วยอยู่ แต่ทำไมใน Android หลายๆ ครั้ง เราถึงเห็น Product บางตัวต้องประกาศเลิกพัฒนาไป??

ความจริงก็มีอยู่ว่า ลองสังเกตดูดีๆ สิครับ iPhone ทุกตัว iPad ทั้ง 2 ตัว ทุกตัวล้วนมีขนาดหน้าจอเท่ากันหมด สินค้าทุกตัวจึงสามารถใช้ระบบปฏิบัติการตัวเดียวกันในการทำงานได้ แต่ฝั่ง Android แต่ละเจ้ากลับผลิตหน้าจอออกมาหลาย Size หลายแบบ บางรุ่นก็มี Keyboard แบบ QWERTY มาให้ด้วย ทีนี้ล่ะตอนจะ Update Version ใหม่ที ขนาดจอมันไม่เท่ากัน จะให้ใช้ระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาด้วยกันมันก็คงจะไม่ได้ซะด้วยสิ อัตราส่วนของภาพมันไม่เท่ากัน หรือฟังก์ชั่น Keyboard QWERTY อันนึงมีอันนึงไม่มี มันจะไปใช้ด้วยกันได้ยังไง แน่นอนพวกผู้ผลิตจึงต้องรับผิดชอบชีวิตเหล่าผู้ซื้อด้วยการทำตัว Update ให้ทุกขนาดหน้าจอที่ตัวเองทำออกมาด้วย มันถึงจะถูก

ส่วนผู้ซื้อก็ต้องดูให้ดีๆ ด้วย ว่าขนาดหน้าจอไหนที่เป็นขนาดที่คนนิยมกันในตลาด ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าทางผู้ผลิตเค้าจะผลิตขนาดหน้าจอขนาดเดิมออกมาอีก นั่นก็หมายความว่าโอกาสที่จะได้รับ Update ใหม่ก็จะยังมีต่อไป นอกจากนั้นขนาดหน้าจอไหนที่จะเลิกผลิตแล้ว เค้าก็จะประกาศหยุดพัฒนาไปเองครับ เท่าที่ผมดู พวกหน้าจอ 3.5 นิ้วขึ้นไป โอกาสที่เค้าจะทำขายต่อมีโอกาสเยอะกว่าพวกจอขนาดเล็กๆ ครับเพราะคนน่าจะนิยมจอใหญ่ๆ ที่ดูง่ายๆ มากกว่า

3. หากจะเลือกซื้อ Android Tablet ให้ดูด้วยนะ ว่า Google Service มีให้ด้วยมั้ย


ผมเห็น Tablet หลายๆ ตัวเลยล่ะ ที่พยายามทำออกมาให้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android แต่ดันไม่ทำตามสนธิสัญญา Google ให้ครบซะนี่ เลยเจอ Google แบนไม่ให้ใช้ Google Service ซะเลย และส่วนใหญ่เหตุผลที่ Google แบนไม่ให้ Google Service ได้ก็เพราะว่า Google เคยกำหนดกฎไว้ว่าอุปกรณ์ Android ต้องเป็นอุปกรณ์ที่โทรศัพท์ได้เท่านั้น เมื่อก่อน Toshiba AS100 ก็โดนแบนก็เพราะใส่ซิมต่อ 3G/Edge ไม่ได้นี่แหละ สังเกตดีๆ Android Tablet รุ่นก่อนๆ ที่ออกช่วงปีที่แล้ว แทบจะไม่มีรุ่น Wifi Only เลย นั่นก็เพราะว่าถ้าทำขึ้นมาจริงๆ แล้ว โดน Google แบนไม่ให้ใช้ Google Service แน่นอน 100% แต่หลังจาก Google ทำ Android HoneyComb ออกมาแล้ว ก็มีการปรับเปลี่ยนกฎอะไรหลายๆ อย่าง และน่าจะนำเอากฎเรื่องการใส่ซิมนี้ออกไปแล้วด้วย ซักพักเราคงจะได้เห็น Tablet รุ่น Wifi Only ที่เป็น Android ออกมาขายมากขึ้นแล้วล่ะ

4. หากคิดจะซื้อ iPad รุ่นแรก


หลังจากที่ iPad รุ่นที่ 2 ออกมา iPad รุ่นแรกก็ถูกลดราคาลงมาถึงตัวละประมาณ 3,000 บาทเลยทีเดียว หากใครคิดว่าคุ้ม และไม่ซีเรียสเรื่อง Specs ที่ iPad 2 ดีกว่า ก็ซื้อไปเถอะครับ เพราะกว่าที่ iPad 2 จะเข้าไทยอย่างเป็นทางการก็คงปลายปีโน่นแหละ เพราะ iPad ตัวแรกก็เพิ่งเปิดตัวในไทยได้ไม่นานเอง ฝั่งผู้นำเข้าคงอยากจะขายทีละ Generation ไปมากกว่า ไม่รีบนำเข้าหรอก หรือจะซื้อเครื่องหิ้วมาใช้ตอนนี้ ก็เจอราคาขูดเลือดขูดเนื้อแน่นอน ผมว่ารุ่น Wifi Only จาก 15,900 บาท ดีไม่ดีอาจจะขายสูงกว่า 25,000 บาทเลยก็ได้นะในตอนนี้สำหรับเครื่องหิ้ว ถ้าอยากได้จริงๆ ก็ฝากคนที่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศซื้อให้ดีกว่าเยอะ หรือว่าผู้นำเข้า iPad 2 เค้านำเข้ามาเร็วๆ ก็ดีนะ

*บทความนี้เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวเท่านั้น หากมีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะครับ


Message !!

หากต้องการตอบกระทู้ Webboard กรุณาเข้าใช้ระบบก่อนนะค่ะ..


กระทู้ตอบกลับ

ได้ล่ะ galaxy tab


Post โดย :  decepticons Date: 2011-08-21 23:25:31 ip: 203.113.118.74

ตัวนี้ก็น่าสนใจนะ กำลังเทียบระหว่าง android กับ win7 แต่ตอนนี้ เอนเอียงทาง win7 มากกว่า ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า

www.pookluk.com/home/11264/gigabyte-s1080-windows-7-tablet-with-usb-3-0-and-optical-drive-dock/


Post โดย :  jirachat Date: 2011-08-22 19:12:31 ip: 180.180.162.252